ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับชื่อโดเมน

A1. ชื่อโดเมนคืออะไร?   กลับไปที่สารบัญ
"ชื่อโดเมน" หรือ "Domain Name" คือชื่อที่ใช้ในการอ้างอิงเพื่อความสะดวกในการเรียกดูเว็บไซต์ต่างๆ ที่อยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น thaicompany.net, dname.info ฯลฯ โดยในปัจจุบันมีชื่อโดเมนมากถึงกว่า 30 ล้านชื่อที่ถูกจดทะเบียนไปแล้วจากทั่วโลก และยังคงมีการจดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (เฉพาะในปี 2543 ที่ผ่านมามีชื่อโดเมนถูกจดไปประมาณ 20 ล้านชื่อ โดยปัจจุบันในแต่ละเดือน มีชื่อโดเมนถูกจดขึ้นเพื่อใช้งานเดือนละกว่า 3 แสนชื่อ) นอกจากนี้ชื่อโดเมนยังได้รับการยอมรับว่าสามารถนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายการค้าของเว็บไซต์ต่างๆ ด้วย โดยชื่อโดเมนจะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ
- ส่วนของชื่อ (Prefix) ซึ่งอาจเป็นชื่อของบุคคล นิติบุคคล องค์กร เครื่องหมายการค้า หรืออื่นๆ ที่ต้องการจะสื่อให้เป็นตัวแทนของเว็บไซต์นั้นๆ เช่น Yahoo, Sanook ฯลฯ
- ส่วนของนามสกุล หรือลักษณะการประกอบการของเว็บไซต์นั้นๆ (Suffix) เช่น .com, .net ฯลฯ (คล้ายๆ กับคำแสดงนิติฐานะของนิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด กระทรวง สมาคม องค์การ ฯลฯ กรุณาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในข้อ 3) เนื่องจากชื่อโดเมนจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการชี้ไปยังเว็บไซต์ ดังนั้นจึงไม่สามารถตั้งชื่อซ้ำกันได้ (ThaiCompany.net และ ThaiCompany.com ถือว่าเป็นคนละชื่อกัน เนื่องจากจดอยู่ภายใต้ลักษณะการประกอบการที่ต่างกัน แม้ว่าในทางปฏิบัติอาจประกอบการในลักษณะเดียวกัน เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายเฉพาะทางใดๆ ควบคุมโดยตรง ดังนั้นหากเกิดปัญหาข้อพิพาทจากการจดหรือใช้งานชื่อโดเมนขึ้น ก็จำเป็นต้องอาศัยอ้างอิงจากตัวบทกฎหมายที่มีอยู่เดิม เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฯลฯ หรืออาศัยการฟ้องร้องผ่านทางอนุญาโตตุลาการที่ ICANN ซึ่งเป็นองค์กรดูแลให้การรับรอง

A2. ชื่อโดเมนทำงานอย่างไร?  กลับไปที่สารบัญ
ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จะใช้กลุ่มตัวเลข 4 กลุ่มที่คั่นด้วยจุด (ตัวเลขในแต่ละกลุ่มจะมีค่าได้ตั้งแต่ 0-255) เช่น 202.56.159.208 หรือที่รู้จักกันในชื่อของ IP Address ในการระบุตำแหน่งของเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อให้รู้ว่าอยู่บนเครื่องใดและอยู่ในเครือข่ายใด แต่เนื่องจาก IP Address อยู่ในรูปของตัวเลขซึ่งยากแก่การจดจำดังนั้นจึงเป็นการสะดวกกว่าที่จะใช้ชื่อหรือกลุ่มของตัวอักษร ซึ่งก็คือชื่อโดเมนในการอ้างอิงแทน โดยจะอาศัย DNS Server มาช่วยจับคู่ IP Address และชื่อโดเมนเข้าด้วยกัน ดังนั้นเมื่อมีผู้ต้องการที่จะเรียกดูเว็บไซต์ของท่าน ไม่ว่าจะทราบ IP Address หรือชื่อโดเมนเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ผิดพลาด

A3. ชื่อโดเมนที่ลงท้ายด้วย .com และ .net หรือ .net และ .net.th แตกต่างกันอย่างไร?  กลับไปที่สารบัญ
ระบบชื่อโดเมนจะมีการจัดแบ่งออกเป็นหลายระดับ (Level) โดยเริ่มตั้งแต่ TOP Level Domain (TLD) ซึ่งประกอบด้วย
- Generic Domain (gTLD) ซึ่งได้แก่ชื่อโดเมนที่ลงท้ายด้วย .com (Commercial), .net (Networking), .org (Non-Commercial Organization), .edu (Education), .gov (Government), .int (International), .mil (Military), .info (Information), .biz (Business) และอื่นๆ
- Country Code Domain (ccTLD) ซึ่งเป็นชื่อโดเมนที่กันไว้สำหรับการใช้งานของประเทศต่างๆ โดยถือตามมาตรฐาน ISO-3166-1 (ตัวย่อ 2 ตัวอักษร) เช่น .th (ประเทศไทย), .us (สหรัฐอเมริกา), .uk (อังกฤษ), .cn (จีน) และอื่นๆ
ดังนั้น .com และ .net จึงถือได้ว่าเป็นชื่อโดเมนที่อยู่ในระดับเดียวกัน แต่จะต่างกันที่ลักษณะการใช้งาน กล่าวคือ .com มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้กับเว็บไซต์ที่ประกอบการเชิงพาณิชย์ เช่น การขายสินค้าหรือให้บริการ ในขณะที่ .net จะเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการทางด้านอินเตอร์เน็ต เช่น การเชื่อมต่อหรือการส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย ส่วน .net.th จะถือเป็นชื่อโดเมนในระดับ Secondary Level Domain (SLD) ที่แยกมาจากTOP Level Domain (TLD) หรือ .th อีกต่อหนึ่ง เพื่อขยายการใช้งานชื่อโดเมนของแต่ละประเทศ ซึ่งจะหมายถึงเว็บไซต์ที่ให้บริการทางด้านอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย อนึ่ง การแบ่ง Level ของชื่อโดเมนสามารถแบ่งย่อยลงมาได้เรื่อยๆ ตามหลักการของ DNS (Domain Name System)

A4. ชื่อโดเมนตัวอักษรตัวใหญ่ตัวเล็กแตกต่างกันหรือไม่?  กลับไปที่สารบัญ
ไม่แตกต่างกัน ระบบอินเตอร์เน็ตจะรับรู้ตัวอักษรเป็นตัวเล็กทั้งหมด เช่น ThaiCompany.net และ thaicompany.net ถือว่าเป็นชื่อเดียวกัน

A5. สามารถจดชื่อโดเมนได้ที่ไหนบ้าง?  กลับไปที่สารบัญ
ท่านสามารถที่จะจดชื่อโดเมนกับผู้ให้บริการรับจดรายใดก็ได้ทั่วโลก ทั้งนี้การจะจดอย่างไรจะขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งาน เช่น หากต้องการให้เว็บไซต์มีภาพลักษณ์ที่เป็นสากล ก็ควรจดในลักษณะ .com, .net, .org, .biz หรือ .info แต่หากว่าต้องการสื่อว่าเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการในประเทศไทย ก็ควรจดเป็น .co.th, .net.th, .or.th หรืออื่นๆ ซึ่งกรณีนี้จะต้องทำการจดกับ THNIC ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลการจดชื่อโดเมนเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยเท่านั้น นอกจากนี้ชื่อโดเมนของบางประเทศ เช่น .at (Austria), .cc (Cocos Islands), .to (Tonga), .tv (Tuvalu) และอื่นๆ ก็เป็นที่นิยมเนื่องจากสามารถใช้สื่อความหมายเฉพาะอย่างได้ แต่เนื่องจากเป็นของประเทศ ดังนั้นการจดก็จะต้องขึ้นกับเงื่อนไขที่กำหนดโดยหน่วยงานที่ได้รับสิทธิในการดูแลฐานข้อมูลชื่อโดเมน (Registry) ของประเทศนั้นๆ หากสนใจท่านสามารถตรวจดูรายชื่อของ ccTLD Registry จากฐานข้อมูลของ IANA ได้ ที่นี่

A6. ผู้จดจะได้สิทธิ์เป็นเจ้าของชื่อโดเมนที่จดไว้ตลอดไปหรือไม่?  กลับไปที่สารบัญ
เนื่องจากชื่อโดเมนถือเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ดังนั้นกรรมสิทธิ์หรือความเป็นเจ้าของจะคงอยู่ตราบเท่าระยะเวลาของสัญญาที่ทำไว้กับผู้ให้บริการรับจดแต่ละราย โดยสามารถทำการต่ออายุสัญญาเป็นครั้งๆ ไป (สิทธิความเป็นเจ้าของชื่อโดเมนจะเป็นของท่าน โดยข้อมูลทั้งหมดที่ลงทะเบียนไว้จะถูกเก็บอยู่ในระบบฐานข้อมูล WHOIS ของ Registry แต่ละราย (ชื่อโดเมนแต่ละกลุ่มจะอยู่ภายใต้การดูแลของ Registry ที่ได้รับการรับรองจาก ICANN เช่น ชื่อโดเมนในกลุ่ม .com, .net และ .org จะอยู่ภายใต้การรดูแลของ VeriSign GRS ในขณะที่ .info จะดูแลโดย Aflilias ส่วน .biz จะอยู่ภายใต้การดูแลของ NeuLevel)

A7. หากจดชื่อโดเมนไปแล้ว หากภายหลังต้องการเปลี่ยนเป็นชื่ออื่น จะทำได้หรือไม่?  กลับไปที่สารบัญ
ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากหากชื่อโดเมนได้รับการบันทึกลงระบบฐานข้อมูลแล้ว ระบบจะทำการหักค่าใช้จ่ายให้กับ Registry และ Registrar (ผู้ดูแลระบบการจดทะเบียน) ทันที หากต้องการเปลี่ยนจะต้องจดเป็นชื่อใหม่เท่านั้น

Copyright © 2001-2004 Infonova Co., Ltd. All rights reserved.